หลังจากที่ฝึกงานมาประมาณ 2 สัปดาห์... การฝึกงานของผมก็กระดึ๊บๆไปอย่างล่องลอย
มีงานทำบ้าง... ไม่มีงานทำบ้าง...
มีงานโหมกระหน่ำเดือดดาลบ้าง... ว่างพอที่จะกางเต้นนอนกลางวันบ้าง...
วันเวลาผ่านไปเสมือนหนึ่งว่ามานั่งเล่นในที่ฝึกงานซะมากกว่ามาทำงานก็ว่าได้
และแล้วก็ถึงคราวภาคสนาม
ผมกำลังจะไปช่วยงานที่ไซท์ที่ระยอง (ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเรียกว่าไซท์?)
โดยงานที่ผมจะไปฝึกส่วนใหญ่คือตามเก็บส่วนที่เกี่ยวกับเอกสารเอาซะมาก เช่น รวบรวมบิลใบกำกับภาษี, การหักภาษี ณ ที่จ่าย, ฯลฯ ไม่ให้เกินวงเงินสดย่อย
(เงินสดย่อย คือ วงเงินที่บริษัทให้หน่วยงานถือเก็บไว้ใช้จ่ายได้ทันที เมื่อวงเงินต่ำลงหรือมีแนวโน้มว่าจะหมด ผมจะต้องรีบนำเรื่องให้ทางบริษัทโอนเงินมาเพิ่มให้เพียงพอ)
ตอนแรกผมเกือบจะได้ไป 1 เดือนเต็ม... แต่ผมบอก(อ้าง)บอสว่าพอครึ่งเดือนแล้วผมจะต้องกลับมาเตรียมเรื่องการลงทะเบียนเรียนหนังสือต่อ จึงย่นเวลาไปเหลือ 2 สัปดาห์ แล้วกลับมาทำต่อที่บริษัททีหลัง
ผมคุยกับพี่ที่เคยไปทำงานที่ไซท์แล้ว ถามเขาว่าที่นั่นเป็นยังไงบ้าง? สถานที่กินสถานที่นอนล่ะ? ถนนเป็นยังไง ยางมะตอยหรือลูกรัง?
คำตอบที่ได้รับน่าภาคภูมิใจ.....
- แดดแรงมาก ให้หาเสื้อแขนยาวไปถ้ากลัวดำ
- ที่นอนก็ยุงเยอะหน่อยนะ
- ร้านอาหารไม่ไกล แค่ขับรถออกไปนอกไซท์ประมาณ 15 นาที
- ถนนไม่ใช่ยางมะตอย ไม่ใช่ลูกรัง มันเป็นดินแดงจ่ะ
แดดแรงไม่กลัว ที่นอนพอสู้ๆได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่... แต่จะกินข้าวทีต้องขับรถไปเอง ถนนดินแดง
ออกเดินทางวันอังคารสัปดาห์หน้า ส่วนวันเสาร์-จันทร์ผมต้องไปเยี่ยมพี่สาวที่บุรีรัมย์.... แต่เพราะผมไม่ค่อยมีเสื้อผ้าเสื้อลำลองไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะใส่ชุดนิสิตกางเกงสแลก ไม่มีปัญหาอะไรนอกจากซ่อมรองเท้านานๆที
ผมเลยเริ่มเป็นห่วงเรื่องเสื้อผ้าครั้งแรกในรอบ 3 ปี..... แถมกรรมเจ้าขา ที่ผมกำลังใส่กางเกงยีนตัวสุดท้ายในล๊อตก่อนจะนำไปซักอีกต่างหาก (พรุ่งนี้จะเดินทาง)
เพราะผมไม่ได้ไปเข้าค่าย หรือไปค้างแรมที่ไหนนานเกิน 3 วันมานานมาแล้ว..... ตอนสงกรานต์ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ไปไหนเพราะอยู่บ้านทำความสะอาด ลดความเสี่ยงที่จะซวยจากอุบัติบนท้องถนนอย่างทุกที
เคยมีปีนึงที่คุณพ่อผมผวามากๆ เพราะสงกรานต์ในปีนั้นผมกำลังลองขับรถครั้ง 2-3 ในซอยที่ผมอาศัยอยู่ เร่งทีก็พุ่ง เบรกทีก็กึ่กขับก็ส่ายไปส่ายมาเล็กน้อยอย่างที่มือใหม่ขับกัน
ถนนว่างมาก มีเพียงรถที่ผมขับ กับมอเตอร์ไซค์ที่กำลังจะสวนมาเท่านั้น
หากแต่เพิ่มเด็กสเปรดเข้ามาอีกตัวนึง.............
เด็กที่ว่านั่นยืนถือสายยางเล่นน้ำอยู่ฝั่งที่ผมกำลังขับรถเล่นอยู่ พอเห็นมอเตอร์ไซค์ก็ดีใจ
วิ่งออกมากลางเลนที่ผมกำลังขับอยู่!
ผมขับเบี่ยง มันก็ยังหันหลังให้รถผมแล้วเดินออกมาเรื่อยๆ ผมก็เบี่ยงหนีออกไปอีก
จำได้ว่าตอนนั้นคุณพ่อโวยวายลั่นในรถเลย แต่ผมจำไม่ได้ว่าว่าอะไรบ้าง
.......
ผมคิดว่าจังหวะนั้น คนขี่มอเตอร์ไซค์ก็คงกลัวโดนฉีดน้ำนะ... แต่เขาคงกลัวรถที่ผมกำลังขับพุ่งไปหาเขามากกว่า
แล้วผมก็ขับผ่านไอ้เด็กสเปรดนั่นไปทั้งๆที่จมูกมันเกือบไถกับข้างประตูฝั่งที่คุณพ่อกำลังนั่ง..... ผมขับต่อไป คุณพ่อหันไปมองว่าขับเหยียบเท้าเด็กรึเปล่า
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร จึงหันกลับมาบ้องกบาลผมอย่างจัง!
"แตรรถหน่ะลูก! เขามีไว้ให้กด!!"
ตั้งแต่นั้นมาผมจึงจำเรื่องบีบแตรเวลาขับรถได้ดี......................... ในระดับหนึ่งนะ
---------------------
ทำไมเขียนไปเขียนมาถึงได้มาเข้าเรื่องสงกรานต์ซะแล้วเนี่ย??
ช่างเถอะ.... มาถึงตอนนี้ผมกำลังคิดว่า
อืม... บางทีวันนี้ผมอาจจะต้องไปหาซื้อเสื้อราคาเยาว์แถวบ้าน ปั่นเครื่องแล้วตากเลยทิ้งไว้ 3 วันค่อยกลับในตอนเย็นในวันจันทร์
.......... ฉุกละหุกน่าดู น่าจะมีเวลาอีกซักวันนะ จะได้ไม่มีปัญหาอะไร :(
คิดไปคิดมาเลยมาจุกอยู่ที่ว่า
"แล้วทำไมก่อนหน้านี้แกไม่เตรียมให้เรียบร้อยฟะ?... กร๊วก" q(*= =)p
อา... จริงด้วย กล้วยทอด กอดหมอนข้าง สว่างไสว.....
"It's all your(my) fault!! you fool little thook!!"
(fool little thook เป็นคำพูดที่ไม่เมอรี่ก็พิพินในเรื่อง Lord of the Ring จะโดนด่า... ซึ่งมีประโยคนี้โผล่ครบทั้งสามภาค)
เอาล่ะ... สู้ๆ..........