ขับไม่แชท

posted on 30 Dec 2010 17:25 by asahi  in Article
ผมได้ดูวีดีโอที่คนรู้จักตั้งขึ้นบน กระทู้หนึ่งในเวปบอร์ดประจำ
 
เห็นเป็นวีดีโอรณรงค์เรื่องการขับขี่ที่ดี แต่ไม่ค่อยมีคนแวะกระทู้
 
เลยอาสาแปลแล้วโพสให้กระทู้นั้นไป แล้วนำสำเนากลับมาเก็บไว้ในบ้านดองเค็มครับ

ผลงานนี้ ผมอนุญาตให้เผยแพร่ได้
โดยไม่ต้องแจ้งให้ผมทราบล่วงหน้า และยินดีรับทุกคำติชมครับ

-------------



ตำรวจ: รถของเหยื่อชื่อคุณเมอไรน์ เกิดเหตุชนจากขอบสะพานฝั่งโน้น(ประมาณ 30 เมตร)
ข้ามเกาะกลาง(คงจะข้ามจริงๆ เพราะเกาะกลางไม่มีร่องรอยอะไรเลย) มาหยุดที่ด้านหลังผม

ตอนที่ผมมาถึง.... หน้าของเธอขาดยุ่ย จากการไถกับพื้นยางมะตอย... พอผมสังเกตที่รองเท้าที่เธอใส่
ผมถึงคาดเดาได้จากรองเท้าของเธอ ว่านี่เป็นรองเท้าของเด็กผู้หญิงวัยรุ่น.... เพราะส่วนอื่นๆของเธอ ละเอียดและชุ่มเลือดไปหมด



หลังจากที่เราสำรวจที่เกิดเหตุ แล้วพบกระบอกประกาศนียบัตร.... เราถึงได้รู้ว่า เธอกำลังจะเข้าพิธีสำเร็จการศึกษาวันรุ่งขึ้น

น่าเศร้ามากที่โศกนาฎกรรมนี้ เกิดขึ้นเพราะการมัวพิมพ์ข้อความในมือถือ

-------------

ตัดไปที่บทสัมภาษณ์ย่อยๆของหลายคน บทสนทนาที่ผมจับได้บ้างคือ

- เราสามารถคุยกับเพื่อนหลายๆคนได้ในเวลาเดียวกัน
- ผมส่ง text เฉลี่ยวันละ 100 ครั้ง
- เธอเป็น Multi-textker (นักสารพัดแชท)
- ก็คิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้
- พอพิมพ์เฉลี่ย 7,000 ครั้งต่อเดือนไปซักพัก คุณจะเริ่มจำตำแหน่งของ 64 ตัวอักษรอยู่ที่ปุ่มได้
- แค่จิ้มๆเล่นเฉยๆ เล่าเรื่องเรื่อยเปื่อย
- ตลอดเวลาเลยค่ะ ในห้องเรียน ในโรงหนัง ในโรงอาหาร
- กดได้โดยไม่ต้องมองโทรศัพท์ด้วยซ้ำ
- แค่เป็นวิธีฆ่าเวลา

-------------

ตัดมาที่การสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่ง



เธอเป็นคนสุดท้ายที่ได้แชทแมเสจกับพี่สาวของเธอ ก่อนที่พี่สาวเธอจะชนเข้ากับรถบรรทุก
 
เธอแบกรับบาปความรู้สึกที่เป็นคนฆ่าพี่สาวตัวเองมาโดยตลอด แม้ว่าทุกคนจะคอยให้กำลังใจว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่เธอก็อยู่อย่างไม่สบายใจมาจนทุกวันนี้



-------------

ไฮไลท์ของวีดีโอ อยู่ที่นาทีที่ 4:00
ที่เผยให้เห็นว่าคนขับ taxi ก้มลงมองแมเสจที่เข้าโทรศัพท์แค่ 4 วินาที ก่อนอัดเข้ากับท้ายรถคันข้างหน้าอย่างแรง

-------------

ตัดมาที่การสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่ง



เขาเล่าว่าเกี่ยวกับการพฤติกรรมค่อยๆเหลือบอ่านแชท ค่อยๆกดพิมพ์ตอบ แค่ทุกๆ 2-3 วินาทีแล้วก็กลับมามองถนนอย่างทุกทีที่เขาทำ
แต่พอรู้ตัวอีกที ก็ชนเข้ากับคนที่ขี่จักรยาน ข้ามกระจกหน้าปัดรถไป...



ผมตกใจมากตอนที่ผมลงมาจากรถมาช่วยอาการเขา แต่เขาก็ตายไปเสียแล้ว



เขาเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกที่ต้องกลายเป็นคนมีคดีติดตัว ที่ต้องถูกสื่อมวลชนรุมเขียนวิจารณ์



เล่าเกี่ยวกับความรู้สึกตอนที่เจอคนแปลกหน้าเดินสวนไปสองคน แล้วแอบทักนินทากันเองว่า
"เธอๆ ดูคนนั้นสิ เจ้าคนที่ชนนักปั่นจักรยานตายนั่นไง"


-------------

ตัดมาที่การสัมภาษณ์อีกผู้ชายคนหนึ่ง.... สังเกตได้ที่เสียงเขาดูไม่ปกติเท่าไหร่
เขาใส่กระดุมเสื้อตัวเองอย่างยากเย็น และสังเกตได้ว่ามือไม่ค่อยมีแรงนัก

เขาเล่าว่าวันนั้น ที่เขากำลังขับรถไปจะดูหนัง.... ก้มลงส่งแมเสจแค่ 3 วินาที ก่อนจะจะขับรถชนเข้ากับต้นไม้



เขาเล่าว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่สามารถขับรถได้, ไม่สามารถเดินได้, ตกงาน และต้องให้ผู้อื่นคอยดูแล
ก่อนจะโชว์แมเสจ ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล



-------------

ตัดมาที่การสัมภาษณ์คุณแม่ท่านหนึ่ง
เล่าเกี่ยวกับลูกสาวของเธอ ที่ต้องมาเสียไปก่อนเวลาอันควร

เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่าเมอไรน์(ชื่อของเหยื่อ) เป็นเพื่อนที่น่ารักขนาดไหน... เป็นที่รักของเพื่อนขนาดไหน...
และทุกคนเศร้าเสียใจกับการจากไปก่อนอายุ 19 ปีของเธอขนาดไหน

ในวีดีโอ เพื่อนร่วมชั้นของเธอยังมารวมตัวกันที่บ้านของคุณแม่เมอไรน์ เพื่อจัดงานคล้ายวันเกิดครบ 19 ปีให้เมอไรน์
เพื่อเป็นการรำลึกครั้งสุดท้ายเคล้าน้ำตาและเสียงสะอื้นให้เพื่อนคนสำคัญของทุกๆคนในงาน



ในวันที่เกิดเหตุ เธอกำลังจะไปดูการแข่งขันเบสบอลของแฟนหนุ่มของเธอ
ขณะที่แฟนหนุ่มกำลังแมเสจบอกทาง เธอมัวไปอ่านข้อความนานเกินไปจนทำให้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำเกาะกลางถนน



แมเสจสุดท้ายที่เมอไรน์อ่านในชีวิตเธอ... "ถึงไหนแล้ว"


-------------


ขอร่วมแสดงความเสียใจ ต่อบุคคลทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุในวีดีโอ

และขอให้บทความนี้เป็นหนึ่งในข้อเตือนสติเล็กน้อยสำหรับทุกท่านในอนาคต


ผลการศึกษาสถิติ พบว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
เพิ่มขึ้นถึง 23 เท่า... หากขับขี่ขณะแชทแมเสจไปด้วย
(ที่มา: สถานวิจัยเทคโนโลยีและการขนส่ง รัฐเวอจิเนีย)

 
ขับไม่แชท

 
ลิงค์วีดีโอ: http://www.youtube.com/watch?v=DebhWD6ljZs
 

edit @ 30 Dec 2010 18:27:41 by Asahi

บังเอิญผมได้เคยอ่านและตามรายละเอียดของ VDO ที่มีฮิตเรทสูงมากๆทาง youtube ที่ชื่อ "Girl dies"
ได้เป็นที่ถกเถียงกันนานาประการว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเก้กันแน่

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเล่นหลอกพิเรนๆที่ส่งผลให้ผู้หญิงที่โดนหลอกตกใจจนวิ่งหนีออกจากบ้านไปถูกรถยนต์ชนจนขึ้นทับร่างของเธอ
โดยช่างกล้องวีดีโอวิ่งตามไปถ่ายถึงสภาพเธอที่มีเลือดกระอักออกทางปากขณะอยู่ใต้ท้องรถ(ซึ่งในส่วนนี้ได้ถูกตัดออกในภายหลังแล้ว)

วีดีโอ "girl dies" ที่มีผู้ชมหลายล้านฮิตในรอบ 2 สัปดาห์ถูกลบทิ้งโดยเจ้าของไปเรียบร้อย และกำลังทะยอยไล่ลบไปเรื่อยๆโดย youtube และ Digital Millennium Copyright Act (หรือกฏหมายจัดการสื่อออนไลน์โดยสหรัฐอเมริกา)

ตัวอย่างวีดีโอที่ก๊อปปี้มานี้

บัดนี้ได้ข้อสรุปที่เป็นไปตามคาดแล้วครับว่า.... เก้

เป็นการแสดงอย่างหนึ่งของนักแสดงสาวชื่อ Cindy Vela ในบทบาทของ Raciel
โดยเธอได้ให้คำสัมภาษณ์ไว้ใน Face book ของเธอแล้วว่า "เป็นการแสดง" และรู้สึกเสียใจที่ถูกชิงวีดีโอไปสร้างกระแสให้เข้าใจผิดใน youtube โดย user ที่ชื่อ Claudia

และการขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเธอ และโล่งอกที่ทั้งหมดเป็นการแสดง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Face book ของเธอ

------------------------

ที่มาของ Girl dies นั่นเป็นหนึ่งใน shot ของภาพยนต์สั้นเรื่อง Exhibit B-5 (a.k.a. Girl Dies)

Face book ของ Exhibit B-5



The End!

edit @ 21 Sep 2010 13:29:57 by Asahi