ผลงานนี้ ผมอนุญาตให้เผยแพร่ได้
-------------

ตำรวจ: รถของเหยื่อชื่อคุณเมอไรน์ เกิดเหตุชนจากขอบสะพานฝั่งโน้น(ประมาณ 30 เมตร)
ข้ามเกาะกลาง(คงจะข้ามจริงๆ เพราะเกาะกลางไม่มีร่องรอยอะไรเลย) มาหยุดที่ด้านหลังผม
ตอนที่ผมมาถึง.... หน้าของเธอขาดยุ่ย จากการไถกับพื้นยางมะตอย... พอผมสังเกตที่รองเท้าที่เธอใส่
ผมถึงคาดเดาได้จากรองเท้าของเธอ ว่านี่เป็นรองเท้าของเด็กผู้หญิงวัยรุ่น.... เพราะส่วนอื่นๆของเธอ ละเอียดและชุ่มเลือดไปหมด

หลังจากที่เราสำรวจที่เกิดเหตุ แล้วพบกระบอกประกาศนียบัตร.... เราถึงได้รู้ว่า เธอกำลังจะเข้าพิธีสำเร็จการศึกษาวันรุ่งขึ้น
น่าเศร้ามากที่โศกนาฎกรรมนี้ เกิดขึ้นเพราะการมัวพิมพ์ข้อความในมือถือ
-------------
ตัดไปที่บทสัมภาษณ์ย่อยๆของหลายคน บทสนทนาที่ผมจับได้บ้างคือ
- เราสามารถคุยกับเพื่อนหลายๆคนได้ในเวลาเดียวกัน
- ผมส่ง text เฉลี่ยวันละ 100 ครั้ง
- เธอเป็น Multi-textker (นักสารพัดแชท)
- ก็คิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้
- พอพิมพ์เฉลี่ย 7,000 ครั้งต่อเดือนไปซักพัก คุณจะเริ่มจำตำแหน่งของ 64 ตัวอักษรอยู่ที่ปุ่มได้
- แค่จิ้มๆเล่นเฉยๆ เล่าเรื่องเรื่อยเปื่อย
- ตลอดเวลาเลยค่ะ ในห้องเรียน ในโรงหนัง ในโรงอาหาร
- กดได้โดยไม่ต้องมองโทรศัพท์ด้วยซ้ำ
- แค่เป็นวิธีฆ่าเวลา
-------------
ตัดมาที่การสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่ง

เธอเป็นคนสุดท้ายที่ได้แชทแมเสจกับพี่สาวของเธอ ก่อนที่พี่สาวเธอจะชนเข้ากับรถบรรทุก

-------------
ไฮไลท์ของวีดีโอ อยู่ที่นาทีที่ 4:00
ที่เผยให้เห็นว่าคนขับ taxi ก้มลงมองแมเสจที่เข้าโทรศัพท์แค่ 4 วินาที ก่อนอัดเข้ากับท้ายรถคันข้างหน้าอย่างแรง
-------------
ตัดมาที่การสัมภาษณ์ผู้ชายคนหนึ่ง

เขาเล่าว่าเกี่ยวกับการพฤติกรรมค่อยๆเหลือบอ่านแชท ค่อยๆกดพิมพ์ตอบ แค่ทุกๆ 2-3 วินาทีแล้วก็กลับมามองถนนอย่างทุกทีที่เขาทำ
แต่พอรู้ตัวอีกที ก็ชนเข้ากับคนที่ขี่จักรยาน ข้ามกระจกหน้าปัดรถไป...

ผมตกใจมากตอนที่ผมลงมาจากรถมาช่วยอาการเขา แต่เขาก็ตายไปเสียแล้ว

เขาเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกที่ต้องกลายเป็นคนมีคดีติดตัว ที่ต้องถูกสื่อมวลชนรุมเขียนวิจารณ์

เล่าเกี่ยวกับความรู้สึกตอนที่เจอคนแปลกหน้าเดินสวนไปสองคน แล้วแอบทักนินทากันเองว่า
"เธอๆ ดูคนนั้นสิ เจ้าคนที่ชนนักปั่นจักรยานตายนั่นไง"

-------------
ตัดมาที่การสัมภาษณ์อีกผู้ชายคนหนึ่ง.... สังเกตได้ที่เสียงเขาดูไม่ปกติเท่าไหร่
เขาใส่กระดุมเสื้อตัวเองอย่างยากเย็น และสังเกตได้ว่ามือไม่ค่อยมีแรงนัก
เขาเล่าว่าวันนั้น ที่เขากำลังขับรถไปจะดูหนัง.... ก้มลงส่งแมเสจแค่ 3 วินาที ก่อนจะจะขับรถชนเข้ากับต้นไม้

เขาเล่าว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่สามารถขับรถได้, ไม่สามารถเดินได้, ตกงาน และต้องให้ผู้อื่นคอยดูแล
ก่อนจะโชว์แมเสจ ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

-------------
ตัดมาที่การสัมภาษณ์คุณแม่ท่านหนึ่ง
เล่าเกี่ยวกับลูกสาวของเธอ ที่ต้องมาเสียไปก่อนเวลาอันควร
เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่าเมอไรน์(ชื่อของเหยื่อ) เป็นเพื่อนที่น่ารักขนาดไหน... เป็นที่รักของเพื่อนขนาดไหน...
และทุกคนเศร้าเสียใจกับการจากไปก่อนอายุ 19 ปีของเธอขนาดไหน
ในวีดีโอ เพื่อนร่วมชั้นของเธอยังมารวมตัวกันที่บ้านของคุณแม่เมอไรน์ เพื่อจัดงานคล้ายวันเกิดครบ 19 ปีให้เมอไรน์
เพื่อเป็นการรำลึกครั้งสุดท้ายเคล้าน้ำตาและเสียงสะอื้นให้เพื่อนคนสำคัญของทุกๆคนในงาน

ในวันที่เกิดเหตุ เธอกำลังจะไปดูการแข่งขันเบสบอลของแฟนหนุ่มของเธอ
ขณะที่แฟนหนุ่มกำลังแมเสจบอกทาง เธอมัวไปอ่านข้อความนานเกินไปจนทำให้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำเกาะกลางถนน

แมเสจสุดท้ายที่เมอไรน์อ่านในชีวิตเธอ... "ถึงไหนแล้ว"
-------------

ขอร่วมแสดงความเสียใจ ต่อบุคคลทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุในวีดีโอ
และขอให้บทความนี้เป็นหนึ่งในข้อเตือนสติเล็กน้อยสำหรับทุกท่านในอนาคต

ผลการศึกษาสถิติ พบว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
เพิ่มขึ้นถึง 23 เท่า... หากขับขี่ขณะแชทแมเสจไปด้วย
(ที่มา: สถานวิจัยเทคโนโลยีและการขนส่ง รัฐเวอจิเนีย)


edit @ 30 Dec 2010 18:27:41 by Asahi


